คุณสมบัติของน้ำมันไฮดรอลิค

น้ำมันไฮดรอลิคเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฮดรอลิค ทำหน้าที่หลักคือเป็นตัวกลางในการส่งกำลัง และยังทำหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรในระบบอีกด้วย ได้แก่ การปกป้องชิ้นส่วนเครื่องจักรจากการสัมผัสกันโดยตรงที่จะนำมาซึ่งการสึกหรอ การกัดกร่อน และอื่นๆ น้ำมันไฮดรอลิคที่ดีจึงควรมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

1. มีความหนืดที่เหมาะสม เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องจักรจะกำหนดเบอร์ความหนืดที่เหมาะสมของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิค โดยพิจารณาจากกำลังของเครื่องจักร ความหนาของฟิล์มน้ำมันที่เหมาะสมกับการใช้งาน ในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิคจึงต้องเลือกตามเบอร์ความหนืดที่กำหนด นอกจากนั้น ความหนืดน้ำมันที่เหมาะสมควรที่จะต้องเป็นไปในทุกสภาวะการใช้งาน เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำมันจะมีความหนืดที่ลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น และมีความหนืดสูงขึ้นเมื่ออุณหภูมิต่ำลง ในการใช้งานที่อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงการที่น้ำมันจะมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำลง จึงต้องพิจารณาเลือกใช้น้ำมันที่มีค่าดัชนีความหนืด (Viscosity Index: V.I.) สูง ซึ่งจะมีความสามารถในการคงความหนืดให้ใกล้เคียงกับค่าความหนืดที่อุณหภูมิปกติมากที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันจะยังมีความหนืด และความหนาของฟิล์มน้ำมันที่เหมาะสม ในการใช้งานที่สภาวะอุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง

2. ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เนื่องจากน้ำมันไฮดรอลิคก็เหมือนกับน้ำมันหล่อลื่นชนิดอื่นๆ ที่มีสารต่างๆ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเมื่อถูกใช้งานภายใต้สภาวะที่มีความร้อน สัมผัสกับอากาศ ก็จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ โดยทั่วไปน้ำมันไฮดรอลิคในตลาดก็จะมีการเติมสารเพิ่มคุณภาพ ประเภทสารป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการผลิตน้ำมันไฮดรอลิคที่ใช้วัตถุดิบเป็นน้ำมันพื้นฐาน (Base oil) ที่อาจมีส่วนประกอบเป็นสารซัลเฟอร์ (กำมะกัน) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเร่งให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในน้ำมันได้เร็ว ส่งผลต่ออายุการใช้งานของน้ำมันและเครื่องจักร ในการพิจารณาเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิค จึงควรเลือกน้ำมันที่ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานกลุ่ม 2 ซึ่งมีการควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ให้ไม่เกิน 0.03% ซึ่งน้อยกว่าในน้ำมันพื้นฐานกลุ่ม 1 ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันไฮดรอลิคส่วนใหญ่ในตลาด เพื่อยืดอายุการใช้งานของน้ำมันและเครื่องจักร

3.คุณสมบัติการเกิดและคายฟอง น้ำมันไฮดรอลิคเป็นตัวกลางในการส่งกำลัง ถูกสร้างแรงดันจากปั๊ม ไหลจากอ่างน้ำมันเข้าไปยังส่วนต่างๆ ของระบบไฮดรอลิค ก่อนที่จะไหลกลับสู่อ่างน้ำมัน มีโอกาสที่จะสัมผัสอากาศ จึงสามารถเกิดฟองอากาศแทรกอยู่ในเนื้อน้ำมันได้ ฟองอากาศเหล่านี้ตามธรรมชาติจะมีการรวมตัวกัน เกิดแรงเพียงพอที่จะลอยขึ้นไปยังด้านบนของผิวน้ำมัน ถ้าการคายฟองเกิดขึ้นทั้งหมดก่อนที่จะถูกปั๊มสร้างแรงดันกลับเข้าไปในระบบไฮดรอลิค ก็จะมีแรงดันคงที่เนื่องจากภายในท่อเต็มไปด้วยน้ำมันทั้งหมด แต่หากการคายฟองเกิดขึ้นไม่ทันต่อการถูกปั๊มกลับเข้าไปในระบบไฮดรอลิคอีกครั้ง แรงดันอาจไม่คงที่เนื่องจากมีฟองอากาศแทรกอยู่ในเนื้อน้ำมัน นอกจากนั้นฟองอากาศในสภาวะแรงดันสูง อาจก่อให้เกิดการสึกหรอหรือรอยตามด บนผิวชิ้นส่วนเครื่องจักรในระบบได น้ำมันไฮดรอลิคที่ดีจึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติการเกิดและคายฟองที่เหมาะสม การทดสอบคุณสมบัตินี้ได้แก่ ASTM D892 เป็นการทดสอบที่ 3 sequence ได้แก่ sequence ที่น้ำมันถูกปั๊มจากอ่างน้ำมันเข้าไปในระบบ, sequence ที่น้ำมันไหลในระบบ และ sequence ที่น้ำมันไหลกลับจากระบบสู่อ่างน้ำมัน โดยอัดอากาศเข้าสู่น้ำมันเป็นเวลา 5 นาที แล้ววัดปริมาณฟองอากาศที่เกิดขึ้น จากนั้นปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 10 นาที แล้ววัดปริมาณฟองอากาศที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ผลการทดสอบในแต่ละ sequence จะรายงานออกมาเป็นปริมาณฟองอากาศที่เกิดขึ้นหลังจากอัดอากาศ 5 นาที และปริมาณฟองหลังจากปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที เช่น 10/0 (ml/ml) หรือ 20/0 ซึ่งตัวเลขยิ่งน้อย ยิ่งแสดงว่ามีการเกิดฟองน้อย เหมาะที่จะนำมาใช้ในระบบไฮดรอลิค

4.คุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่ คุณสมบัติในการแยกตัวออกจากน้ำ คุณสมบัติป้องกันการเกิดสนิม คุณสมบัติป้องกันการเกิดสนิม และคุณสมบัติในการป้องกันการกัดกร่อนโลหะอ่อน เช่น ทองแดง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้การทำงาน และการปกป้องเครื่องจักรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.srithepthailubricants.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *